[SF] Kidding [BaeRi]

posted on 20 Jan 2012 14:43 by icypumpkinfic  in SunTory
 
 
 
 

Title: [SF] Kidding

Fandom: BIGBANG

Pairing: BaeRi, SunTory [DongYongbae X LeeSeunghyun]

Rating: PG

Genre: Lime, Yaoi

Author: icypumpkin

Summary: Baby, I'm just kidding. It's 'cause I Luv U So Much

--------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

อีซึงฮยอนเป็นคนมีเหตุผล แม้จะมีอยู่น้อยนิด แต่เค้ามั่นใจว่าเค้าก็เป็นคนมีเหตุผลคนนึง

อีซึงฮยอนพยายามจะเป็นคนไม่งี่เง่า เค้าเข้าใจในตัวคนที่เค้ารักเสมอและพยายามจะไม่ทำตัวงี่เง่าแม้ในบางครั้งจะน้อยใจก็ตาม

อีซึงฮยอนไม่ใช่คนหูเบา...ไว้ใจในคนรักเสมอ แต่ถ้าใครมาอยู่ในสถานะแบบเค้าในตอนนี้ผนวกกับเรื่องที่พึ่งได้ฟังมาแล้วไม่คิดมาก....ก็ให้มันรู้กันไป

 

 

ภาพของพี่ชายในวงที่กำลังโยกตัวเข้าจังหวะไปตามเพลงคู่กับแดนเซอร์สาวประจำตัวไม่เคยทำให้อีซึงฮยอนรู้สึกขัดหูขัดตาได้มากขนาดนี้ การนับหนึ่งถึงสิบที่ใครบอกให้ทำแล้วจะหายโมโห เค้านับไปหลายล้านแล้วก็ยังไม่หาย ใบหน้ากลมที่ปกติมักจะยิ้มให้ใครต่อใคร บัดนี้กลับยุ่งและยับยู่ยี่ไม่น่ามอง คิ้วเรียวขมวดเข้าเป็นปมพร้อมกับสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด แบบนี้เห็นทีจะไม่ไหว...พอกันที เค้าทนอยู่ในห้องนี้ไม่ได้อีกแล้ว

 

"จะไปไหนหน่ะซึงรี"ความน้อยใจแทบจะพุ่งถึงขีดสุดเมื่อคนที่ถามไม่ใช่คนเดียวกันกับที่หวังไว้

 

"ออกไปซื้อไอติมหน่ะฮะพี่ซึงโฮ พี่จะเอาอะไรไหมฮะ"พยายามพูดเสียงให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะเหลือบไปมองคนที่ยืนอยู่กลางห้อง...ก็ยังคงไม่สนใจอยู่ดี ก็ยังคงเต้นอยู่เหมือนเดิม

 

"เอ่อ...ไม่เป็นไร รีบไปรีบมาล่ะ เดี๋ยวถึงคิวนายซ้อมแล้ว"ยางซึงโฮถึงกับไปไม่เป็นเมื่อเห็นหน้าและน้ำเสียงที่ดูเหมือนแพนด้าหิวไผ่ของเด็กตรงหน้า ใครไปขโมยต้นไผ่มันมารึยังไงกัน...ถึงได้ดูโมโหขนาดนี้

 

"ฮะ ผมจะรีบกลับมา"บอกตอบพี่ชายก่อนจะเดินออกจากห้องไป ถ้าถามว่าอะไรทำให้อีซึงฮยอนหงุดหงิดได้ขนาดนี้ คำตอบก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อสองวันที่แล้ว....

 

 

 

 

 

"พี่ซึงรี!!!!"เสียงแฝดหน้าใส ควอนยองดึกเรียกและวิ่งมาหาคนที่กำลังนั่งฟังเพลง

 

"ว่าไงยองดึก?"ซึงรีถอดหูฟังออกข้างหนึ่งก่อนจะหันมาหาแดนเซอร์ที่เปรียบเสมือนน้องชายของตน

 

"คือ..พี่ได้ยินเรื่องที่เขาลือกันไหมฮะ"สีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นทำให้ซึงรีเลือกที่จะหยุดเพลง ถอดหูฟังและหันมาตั้งใจฟังดีๆ

 

"เรื่อง?"

 

"ก็เรื่องที่พี่ยองเบกับพี่จีฮเยคบกันไงฮะพี่"

 

"ห๊ะ!!!!!!"ไม่ได้มาแค่เสียงแต่ทั้งหน้าตาและท่าทางก็มาเต็มแบบสุดๆ ทำเอายองดึกถึงกับผงะและพยักหน้าเบาๆ

 

"ผมได้ยินคนอื่นพูดกันน่ะฮะพี่ ว่าที่เต้นด้วยกันบ่อยๆ เวลาว่างพี่สองคนก็ออกไปเที่ยวด้วยกัน ตุ๊กตาหมีคุมะที่พี่จีฮเยชอบ พี่ยองเบก็ซื้อให้ตั้งหลายตัว หลายแบบ....."เหมือนกับหูดับไปชั่วขณะ ในขณะที่น้องชายกำลังพูดเรื่องที่ได้ยินมาให้ฟัง สิ่งที่ซึงรีกำลังคิดกลับเป็นในอีกแง่นึง พักหลังมาที่บอกไม่ว่าง พักหลังมาที่ไม่ค่อยดุไม่ค่อยว่า..เพราะแบบนี้เองหรอ เพราะไปอยู่กับพี่จีฮเยใช่ไหม?

 

"....."

 

"แล้วก็....พี่ซึงรี....พี่ฮะ...พี่ซึงรี!!!"ยองดึกตะโกนเรียกก่อนจะเขย่าตัวแรงๆ ทำให้คนตัวเล็กกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง

 

"อะไรหรอ"


"พี่ฟังผมอยู่ปะเนี่ย"ยองดึกถามและทำท่าเหมือนจะงอน

 

"ฟังสิ...เพียงแต่กำลังคิดอยู่หน่ะ"มันก็ใช่ที่ว่าเค้ากับพี่ยองเบคบกันแล้วเค้าเองก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นข่าวอะไรใหญ่โต ถึงไม่เคยบอกใคร จะมีรู้ก็แค่พี่ผู้จัดการและพี่ๆในวงก็เท่านั้น เวลาอยู่บริษัท ซึงรีไม่เคยไปตอแยหรือทำอะไรหวานๆให้ ไม่ใช่ไม่อยากให้ใครรู้ เพียงแต่กลัวว่าถ้าคนรู้....ถ้าเรื่องมันบานปลายออกไป จะแย่ต่อเค้าทั้งคู่ อีซึงฮยอนไม่ได้เข้มแข็งพอเหมือนพี่จียงที่ทนรับต่อสิ่งรอบข้างได้โดยไม่ไหวติง ถ้าคิดจะเดินก็เดินหน้าไม่หยุดยั้ง อีซึงฮยอนอ่อนแอกว่านั้น แม้จะพยายามเป็นแบบพี่จียงมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยทำได้สักที

 

"คิด...คิดเหมือนผมไหม ผมว่าพวกพี่สองคนเค้าดูเหมาะสมกันมากๆเลยนะ เต้นเก่งกันทั้งคู่ คนนึงก็ดูอบอุ่นสบายๆ อีกคนก็สวยแถมไม่เรื่องมากอีกด้วย"ยองดึกพูดไปก็ยิ้มไป ช่างแตกต่างกับคนที่กำลังสนทนาด้วย ที่ยิ่งฟังก็ยิ่งดูเศร้าลงทุกที

 

"อืม....นั่นสิ"ตอบสั้นๆพร้อมกับรอยยิ้มบางที่ฉาบบนใบหน้า  ยิ้มให้กับความงี่เง่าของตัวเอง มีสิ่งที่ดีไว้ในครอบครองแต่กลับดูแลรักษาไว้ไม่ได้

 

"เอ่อ...พี่ซึงรีเป็นอะไรเปล่าฮะ ทำไมดูเศร้าๆ"

 

"เปล่านี่...ก็ปกตินะ ไม่มีอะไร งั้นเดี๋ยวพี่ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวซ้อมก่อนนะ"ตอบกลับและยิ้มกว้างให้น้องชายอีกครั้งก่อนจะขอตัวออกมา

 

 

 

 

 

"โอ๊ยยยยยยยยย บ้าเอ้ยยยยยยย อะไรเนี่ย"ทึ้งหัวตัวเองหนักๆกับความคิดฟุ้งซ่านที่ไม่ยอมหลุดออกไปจากหัวสักที

 

"ดึงผมตัวเองแบบนั้นทำไมหน่ะซึงรี"เสียงที่คุ้นเคยมาพร้อมกับสัมผัสที่ตราตรึงอยู่ในใจเสมอมา สัมผัสที่อ่อนโยนและเสียงที่อบอุ่นแบบนี้ มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ

 

"เอ่อ...."แล้วจะให้พูดว่าอะไร คิดเรื่องพี่....น้อยใจพี่...โกรธพี่ งั้นหรอ...เค้าไม่ใช่ผู้หญิงนะที่จะทำกิริยาแบบนั้นแล้วดูน่ารัก น่าเอ็นดู งอนเพื่อให้ง้อ...ไม่ใช่อีซึงฮยอนสักนิด

 

"ว่าไงครับ...หลบหน้าพี่มาหลายวันแล้ว ไม่ยอมคุยกับพี่เลย พี่ทำอะไรผิด...บอกพี่ได้ไหม"ถามขึ้นก่อนจะลูบผมของน้องชายตัวเล็กให้เข้าทรงเหมือนเดิม

 

"เปล่าฮะ...พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ผมงี่เง่าเอง ไม่มีอะไร พี่อย่าใส่ใจเลย"

 

"ไม่มีเรื่องไหนที่เราทำแล้วงี่เง่าสำหรับพี่...บ.."

 

"พี่ออกมาแบบนี้แสดงว่าซ้อมเสร็จแล้วใช่ไหมฮะ...งั้นเดี๋ยวผมขอไปซ้อมก่อนนะ เดี๋ยวพี่ๆน้องๆคนอื่นจะรอนาน"ไม่รอฟังคำตอบ ซึงรีแทรกตัวผ่านช่องว่างและเดินหนีออกมาทันที

 

"เฮ้อ....."ขอโทษนะฮะพี่ยองเบ แต่ผมยังไม่พร้อมและไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆ แค่ให้มองหน้าสบตาตรงๆ....เค้ายังทำไม่ได้เลย

 

 

 

 

"เฮ้ยๆๆมักเน่ ให้มันเบาๆหน่อย มาถึงกระดกไม่หยุดเลย"ควอนจียงเอ่ยปรามน้องชายพร้อมกับหยิบแก้วเหล้าออกจากมือ

 

"อะไรฮะพี่จียง...เอากลับมาน้า.."เสียงที่เริ่มยานคางทำเอาพี่ชายส่ายหน้าเบาๆ ควอนจียงไม่ใช่คนโง่และควอนจียงอยู่กับอีซึงฮยอนมานานแค่ไหน น้องมีเรื่องลำบากใจ น้องเครียด...เค้ารู้ดี แต่ถ้าเจ้าตัวไม่อยากเล่า ซักไซร้ไปก็ป่วยการ มาชวนเที่ยว ชวนดริงค์ เค้ายอมมาด้วยเพราะไม่อยากให้มาคนเดียว แต่ไม่ใช่มาแล้วซัดเอาๆแบบนี้...

 

"เป็นอะไรเรา นี่แค่พาออกมาด้วยก็จะแย่แล้ว ถ้ากลับไปแบบเมาเละไอ้ยองเบรู้ พี่แกได้เสียคนแน่คราวนี้"แต่ตอนนี้ควอนจียงเริ่มจะรู้แล้วว่าอีซึงฮยอนเครียดเรื่องอะไร ก็ในเมื่อพูดชื่อปุ๊ป...อาการจะออกปั๊ปขนาดนี้

 

"พี่เค้าไม่แคร์ผมหรอก เคยแคร์ที่ไหน พักหลังมาที่ผมออกมากับพี่จียง พี่เค้าเคยแคร์ด้วยหรอ ไม่มีหรอก"บ่นงุ้งงิ้งและหยิบแก้วเหล้ากลับมาดื่มอีกครั้ง

 

"...."ควอนจียงอยากจะเถียงออกไปใจจะขาดว่ามันไม่เคยว่าอีซึงฮยอนหรอก เพราะทงยองเบมาลงกับควอนจียงนี่ไง พาน้องไปเที่ยว ทำให้น้องติดเที่ยว พาน้องไปดื่ม ควอนจียงโดนเต็มๆคนเดียว แถมบางครั้งมีขู่จะไปฟ้องไอ้ลิงโง่ตัวอ้วนที่มัวแต่ถ่ายละครด้วย...ถ้าบอกว่าทงยองเบไม่ห่วง ไม่แคร์อีซึงรี...บอกว่าลิงออกลูกเป็นมังกรเค้ายังจะเชื่อมากกว่านี้เลย

 

"การที่ผมไม่บอกใครเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่ยองเบ...มันดีจริงๆหรอฮะพี่จียง"หลังจากเงียบไปสักพัก ซึงรีก็เอ่ยถามขึ้น

 

"พี่ตอบไม่ได้หรอกว่ามันดีหรือไม่ดี เพราะทุกอย่างมันอยู่ที่การตัดสินใจของนายกับยองเบ เรื่องของคนสองคน พี่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งหรือตัดสินใจแทนได้หรอกซึงรี...แต่ถ้าถามพี่ ทุกอย่างมันก็มีสองด้านเสมอ"จียงเอ่ยตอบหันมองหน้าน้องชายที่ตอนนี้ดูเศร้ามากขึ้นกว่าตอนมาถึง

 

"เฮ้อ...."น้องเล็กถอนหายใจ

 

"มานั่งคิดเองให้มันได้ประโยชน์อะไรล่ะซึงรี ถ้าอยากรู้อะไร มีอะไรติดค้างในใจก็ถามออกไปตรงๆเลย มานั่งคิดเอง เครียดเองคนเดียวแบบนี้มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก"เห็นน้องเครียด คิดมาก จียงเองก็ไม่ได้มีความสุขหรอก แล้วยิ่งมาทะเลาะกันเองในวงแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าโสภาเท่าไหร่เลย ทางที่ดี ก็ควรจะไปปรับความเข้าใจกันดีกว่า

 

"ฮะ...ขอบคุณนะฮะพี่จียง"

 

"อืม...งั้นกลับหอกันเถอะ พรุ่งนี้นายต้องซ้อมอีกนี่"จียงจัดการวางเงินไว้บนโต๊ะก่อนจะพาน้องชายลุกออกมาและกลับไปยังที่พักของพวกเขา

 

 

 

"ซึงรี...."เสียงทุ้มแสนเสน่ห์ของพี่ชายร่างสันทัดเรียกขึ้นทันทีหลังจากคนตัวเล็กเสร็จสิ้นการซ้อม ซึ่งเจ้าตัวแค่หันไปพร้อมกับตอบรับในลำคอเท่านั้น


"พี่อยากคุยด้วย...คุยกันหน่อยได้ไหม"หลังจากรอเวลามานาน เค้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าซึงรีจะไม่ตอบปฎิเสธ

 

"ฮะ....ได้สิ"ตอบรับก่อนจะเดินตามพี่ชายไปที่ห้องซ้อมข้างๆที่ไม่มีใครใช้

 

"ทำไมต้องหลบหน้าพี่ ทำไมไม่คุยกับพี่ บอกพี่ได้รึเปล่า?"ก็อยากจะพูดอ้อมค้อม อยากพูดให้ดูอ่อนนุ่มกว่านี้ แต่มันร้อนใจกับปฎิกิริยาของคนตรงหน้ามากกว่าจนต้องพูดออกมาตรงๆ

 

"ผมแค่..."อีซึงฮยอนกำลังชั่งใจว่าจะพูดในสิ่งที่คิดออกไปเลย...หรือจะไม่พูดออกไปดี

 

"ถ้านายไม่พูด นายไม่บอก พี่ก็ไม่รู้...แล้วเราก็จะไม่เข้าใจกันแบบนี้ไปเรื่อยๆนะ"ยองเบเริ่มเกลี้ยกล่อม เค้ามั่นใจว่าเค้าก็เป็นคนๆนึงที่รู้ใจซึงรีไม่น้อยกว่าใคร การพูดดีๆจะทำให้น้องยอมพูดออกมา

 

"ผม...ระหว่างพี่กับพี่จีฮเย..."

 

"เรื่องนี้เองหน่ะหรอ"ยังไม่ทันพูดจบ ยองเบก็ตัดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ทำเอาซึงรีฉงนมากขึ้น

 

"ทำไมฮะ...พี่ยิ้มอะไร"ไม่พูดเปล่า มือบางไปจับแขนเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้และจับให้หันหน้ามามองกันตรงๆ

 

"พี่ก็คิดไปซะเยอะ ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้ผลแล้วซะอีก...."ยิ่งพูด หน้าของซึงรีก็ยิ่งงงมากขึ้น

 

"พี่อย่ามาพูดนอกเรื่อง อะไรเนี่ย สรุปพี่กับพี่จีฮเย......"

 

"อย่าคิดไปมากกว่านี้เลยคนดี"ยองเบเอ่ยปลอบพร้อมกับลูบผมคนตรงหน้าเบาๆ

 

"......."

 

"พี่จะไปมีใครได้อีกนอกจากเราหน่ะ หื้มมมมม"

 

"แล้วเรื่องนั้น...."คนตัวเล็กท้วงขึ้น

 

"พี่แกล้งเราเล่นเฉยๆ ยองดึกไปบอกใช่ไหมล่ะ พี่อยากรู้ว่าเรายังหวงและห่วงพี่อยู่รึเปล่า"


"เห!!!!!"แหวขึ้นเสียงดังเพราะสิ่งที่ได้ยิน

 

"ก็พักหลังมา เคยฟังพี่ซะที่ไหนล่ะ บอกว่าอย่าไปเที่ยวบ่อยก็ไม่เคยฟัง บอกให้พักผ่อนมากๆก็ดันทุรัง เรื่องดื่มบอกให้น้อยๆก็ไม่เคยลด....พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ถึงเอาเรื่องนี้มาพูดอ้าง ดูว่าเราจะทำยังไง"ยองเบบอกเรียบๆก่อนจะพาให้ไปนั่งบนโซฟาด้วยกัน

 

"แต่ก็รู้สึกผิดคาด เหมือนเราจะโกรธจะโมโห แต่ไม่เห็นจะมาโวยวายใส่พี่เหมือนทุกที ก็เลยคิดว่าโกรธเรื่องอื่น สุดท้ายก็เป็นพี่เองที่ทนไม่ได้ ต้องมาคุยกับเราให้รู้เรื่องเอง"ก็เพราะรักมาก ถึงยอมมาตลอด จนกลัวอีกฝ่ายจะเบื่อ จนคิดมากไปเองและสุดท้ายก็ต้องมานั่งง้อเอง

 

"ผมกลัวว่าถ้ายิ่งไปโวยวายพี่จะยิ่งรำคาญนี่....กลัวพี่จะทิ้งไปจะแย่อยู่แล้ว"บอกงุ้งงิ้งเสียงเบาและหันหน้าไปทางอื่น


"ฮ่ะๆๆๆ พี่รักมากขนาดนี้ จะทิ้งไปได้ยังไงกันล่ะ"ตอบพร้อมกับหอมแก้มอีกฝ่ายเบาๆ ไม่บ่อยนักหรอกที่จะมานั่งสวีทหวานแหววกันที่บริษัทแบบนี้

 

"งั้นแสดงว่า พวกแดนเซอร์ก็...."

 

"ไม่หรอก พี่แค่บอกว่าอยากดูปฎิกิริยาของซึงรีตอนรู้ว่าพี่มีแฟน ว่าจะหวงพี่แบบจียงไหม"และก็ยังคงเป็นทงยองเบที่คอยตามใจและรู้ใจอีซึงฮยอนเสมอมา ถ้าในเมื่อน้องยังไม่อยากบอก ยังไม่อยากให้ใครรู้ก็ไม่เป็นไร เค้าไม่ถืออยู่แล้ว

 

"พี่เสียใจไหม คิดมากรึเปล่าที่ผมไม่อยากให้บอกคนอื่น"ก็เคยกลัวว่าพี่ชายที่พ่วงตำแหน่งคนรักจะน้อยใจที่คบกันมาตั้งนาน แต่เค้ายังไม่อยากเปิดเผยสักที

 

"ไม่เลยสักนิด ใครจะรู้ไม่รู้ก็ช่างเค้า แค่เรากับพี่รู้กันสองคนก็พอแล้ว"บอกแล้วว่าทงยองเบเป็นคนที่รู้ใจอีซึงฮยอนคนนึงเลยแหละ เค้ารู้เสมอว่าควรง้อยังไง จังหวะไหนที่ควรจะอ้อน แล้วน้องจะทำตัวเขินๆ ทำท่าทางน่ารักๆแบบนี้

 

"พี่ยองเบอ่า....."เรียกชื่อเหมือนจะโกรธแต่หน้าแทบจะซุกเข้าไปกับอกของอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ

 

"ฮ่ะๆๆ รักนะครับคนดีของพี่ รักเหมือนที่รักเสมอมา ห่วงเหมือนทุกครั้งและดูท่าจะเพิ่มขึ้นทุกที"กระซิบเบาๆที่ข้างหูก่อนจะหอมแก้มนิ่มไปอีกฟอดใหญ่

 

"เหมือนกันนะฮะ ต่อไปผมจะเที่ยวให้น้อยลง จะฟังพี่ให้มากขึ้น แต่พี่ก็ห้ามไปมีคนอื่นหรือกุเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกนะ ผมคิดมากจริงจังจริงๆนะ"บอกแล้วทำแก้มพองลม

 

"ฮ่าๆๆ ครับๆ ไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว"แค่ครั้งนี้เห็นท่าทางที่แสดงออกมาก็พอใจแล้ว เห็นใบหน้ากลมทำหน้ายุ่งๆ แสดงท่าทีไม่พอใจและหน้าเหวอเวลาเค้าไม่สนใจก็มากพอ รับรู้อยู่เต็มอกเลยว่าอีซึงฮยอนยังรักทงยองเบเหมือนเดิม....

 

 

END

 

 

 

Talk: แต่งให้แล้วนะครับ ตามสัญญา เด็กน้อยคนนั้นอะ ฮ่าๆๆๆๆ มันอาจจะไม่ได้ดีเริ่ด อาจไม่ได้ยาว นูน่าต้องขอโทษด้วยจริง ครั้งหน้าจะพยายามทำให้ดีกว่านี้นะครับ ^^

นานมากที่ไม่ได้แต่งแบรี ทีแบบนี้แต่งหวานได้นะ ฮ่าๆๆ แม้จะดูนู่นนี่แต่หวาน ไม่เข้าใจว่าทำไม นึกถึงพี่เบ้กับเจ้าด้าทีไร บรรยากาศอบอุ่นลอยมาเชียว กรั่กๆๆๆๆ

ภาษาอาจดรอปลง ขออภัยผู้อ่านทุกท่านนะคะ จะพยายามเกลาให้สวยกว่านี้ขึ้นเรื่อยๆ

 

เอ็นจอยรีดดิ้งค่ะ ^^